Skip to content

สร้างหน้าเว็บยังไงให้ปัง เปรี้ยง เปรี้ยง

การขายของ ขายสินค้า และบริการสมัยนี้ หน้าร้านอย่างเดียวคงจะไม่เพียงพอเสียแล้ว เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าระดับประเทศ หรือ ร้านค้าข้างทาง ต่างก็หันมาทำการตลาดออนไลน์กันหมดแล้ว สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงต้องเป็นเว็บไซต์อย่างแน่นอน แต่หากเราจะทำบ้าง เราจะสร้างหน้าเว็บยังไงให้ปัง เปรี้ยง เปรี้ยงได้บ้าง

สีสันเตะตา แต่ไม่ฉูดฉาดลูกตา

อย่างแรกเป็นเรื่องของหน้าตาสีสันของหน้าเว็บ แน่นอนว่าหน้าเว็บที่ดีต้องมีสีสันเพื่อดึงดูดสายตาและข้อมือไม่ให้ปิดเว็บไป อย่างแรกที่เราอยากแนะนำคือ การสร้างหน้าเว็บควรมีสีสันเตะตา หรือ มีการเล่นสีที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่ไม่ควรจะเล่นสีจนฉูดฉาดลูกตามากเกินไป บางครั้งเปิดไปแล้วเจอสีที่ปวดตามากๆมันก็พาลให้รีบปิดแทบไม่ทันได้เหมือนกัน

เนื้อหาอัพเดตให้ใหม่อยู่เสมอ

Content is the King. วลีนี้ยังเป็นจริงและใช้ได้เสมอ ยิ่งวงการเว็บไซต์ด้วยแล้วการอัพเดตเนื้อหาที่สดใหม่เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ทั้งในแง่ของการจัดอันดับค้นหาของ กูเกิ้ล หรือ ความน่าเชื่อถือของลูกค้าด้วย การอัพเดตเนื้อหาแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกเป็นเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์นั้นโดยตรง เช่นหากเราทำเว็บไซต์เกี่ยวกับอุปกรณ์ประปา ก็ควรจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับอุปกรณ์ต่างๆ ทริค หรือ เคล็ดลับมานำเสนออยู่เสมอ ส่วนที่สองเป็นเนื้อหาทั่วไปเช่น ข่าว เรื่องราวในกระแส ที่ต้องมีแปะไว้ติดตามบ้าง

คลิกเบท ไม่มีจะดีที่สุด

การผลักดันหน้าเว็บให้ดัง มีหลากหลายวิธี หนึ่งในวิธีที่เราไม่ขอให้แนะนำให้ใช้นั่นคือ การใช้วิธีการ คลิกเบท กล่าวคือจะใช้การพาดหัวข้อกระทู้ เรื่องที่จะโพสต์แบบเวอร์ วังอลังการ น่าสงสัย ให้คนกดเข้าไปดู แต่พอกดเข้าไปแล้วไม่เกิดอะไรเลย การทำแบบนี้เมื่อก่อนอาจจะช่วยได้ในเรื่องของการทำให้คนดูในเว็บ(มีผลต่อยอดคนเข้าเว็บ) แต่สิ่งที่เสียไปคือความน่าเชื่อถือระยะยาว ดังนั้นวิธีนี้อย่าใช้จะดีกว่า

โฆษณามีได้ แต่อย่าเยอะเกินไป

การทำเว็บไซต์เดี๋ยวนี้นอกจากจะเป็นช่องทางการขายของ ขายสินค้าแล้ว อีกเรื่องที่ตามมาเป็นเรื่องของการขายพื้นที่โฆษณา ที่อาจจะเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง แน่นอนว่ามีได้เราเข้าใจ แต่อย่ามีเยอะมากจนเกินไปอาจจะทำให้คน ไม่อยากเข้ามาที่นี่ก็ได้

อย่าอยู่แค่ช่องทางเดียว

การสร้างเว็บให้ดัง ปัง เปรี้ยง หน้าเว็บอย่างเดียวไม่พอแล้ว เจ้าของจะต้องมีการสร้างช่องทางอื่นประกอบกันด้วย ไม่ว่าจะเป็นแฟนเพจ ไลน์ อินสตราแกรม หรือ ทวิตเตอร์ เพื่อให้การกระจายข้อความ ประชาสัมพันธ์ของเว็บไปได้ไกลมากขึ้น โอกาสที่คนจะเข้ามาเว็บก็มากขึ้นด้วย สุดท้ายเว็บก็ปังในที่สุด